การทำน้ำเต้าหู้

น้ำเต้าหู้

           

            น้ำเต้าหู้ หรือ นมถั่วเหลือง เป็นอาหารว่างของไทย ทำจากการบดถั่วเหลืองและนำไปต้มกรอง โดยจะได้น้ำเต้าหู้ ซึ่งก็คือนมถั่วเหลืองที่เจือจางลงนั่นเอง

ทานเป็นเครื่องดื่มได้ทันที นิยมรับประทานเป็นมื้อเช้า มักทานคู่กับ ปาท่องโก๋ หรือเป็นน้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง โดยใส่ สาคู ลูกเดือย วุ้น หรือธัญพืชชนิดอื่นๆ ตามชอบ

ประโยชน์ของน้ำเต้าหู้

            ถั่วเหลืองมีโปรตีนสูง ถั่วเหลืองจึงเป็นแหล่งโปรตีนสำหรับผู้ที่ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ เพราะถั่วเหลืองมีคุณค่าทางโภชณาการใกล้เคียงกับโปรตีนจากสัตว์ ถ้าเราบริโภคถั่วเหลืองในปริมาณที่สูงพอ ร่างกายจะได้รับโปรตีนเพียงพอกับความต้องการได้

           นอกจากถั่วเหลืองเป็นแหล่งไขมันและโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว ในถั่วเหลืองยังอุดมไปด้วยสารอาหารอีกมากมาย คือ คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามิน A, B, B1, B2, B6, B12, ไนอาซิน และวิตามิน C, D, E อีกด้วย ในเมล็ดถั่วเหลืองนั้นยังมี เลซิทิน ช่วยบำรุงสมอง เพิ่มทักษะความจำ ลดไขมัน และลดโคเลสเตอรอลในร่างกายได้อีกด้วย

            การดื่มนมถั่วเหลืองจะได้รับประโยชน์กว่าเครื่องดื่มอื่นๆ ถ้าเทียบกับนมแล้วนมถั่วเหลืองจะมีข้อดีกว่า แม้บางอย่างจะสู้นมไม่ได้ แต่นมถั่วเหลืองให้โปรตีนเกือบเท่านม มีไขมันที่ดีกว่าคือให้กรดไขมันไม่อิ่มตัวมากกว่านม ช่วยลดโคเลสเตอรอล สำหรับข้อเสียคือ นมถั่วเหลืองจะให้แคลเซียมได้น้อยมาก

            ดังนั้นการดื่มนมถั่วเหลืองในแต่ละวัน ถ้าเป็นนมถั่วเหลืองชนิดธรรมดาที่ไม่ได้มีการเสริมแคลเซียมเข้าไปนั้น แนะนำให้ดื่มเป็นอาหารเสริมวันละ 1-2 แก้ว เพราะนมถั่วเหลืองชนิดธรรมดา มีแคลเซียมไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จึงควรรับประทานอาหารอื่นที่มีแคลเซียมควบคู่กันไปด้วย

รูปแบบบอนไซ

บอนไซ (BONSAI)

     บอนไซคือการจำลองต้นไม้ให้เหมือนต้นไม้ใหญ่ที่เราพบเห็นตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นป่า ต้นไม้ที่เอนลงมาจากหน้าผา ต้นไม้ที่มีพุ่มกิ่งละเอียดสวยงาม ให้สามารถปลูกในกระถางขนาดเล็ก ต้นไม้เกือบทุกชนิดที่มีใบเล็กและเป็นไม้ยืนต้น สามารถนำมาทำเป็นบอนไซได้ทั้งสิ้น

     บอนไซเป็นต้นไม้ที่ผ่านการฝึก ดัด ตัด แต่ง ให้สวยงาม ดังนั้น การดูแลบอนไซจึงเปรียบเสมือนการเลี้ยงต้นไม้ทั่ว ๆ ไป เราเพียงให้น้ำทุกวัน ให้ปุ๋ยบ้างเป็นบางครั้ง ตัดแต่งให้อยู่ทรงและเปลี่ยนดินบ้าง เพียงเท่านี้ก็สามารถชื่นชมความงามของบอนไซได้ตลอดไป หากคิดจะเลี้ยงควรสำรวจสถานที่ว่ามีแดดส่งถึงมากน้อยเพียงใด อย่างน้อยสถานที่ตั้งควรจะมีแดดส่องถึง 2-3 ชั่วโมงต่อวัน ก็เป็นการเพียงพอที่จะเริ่มเลี้ยงบอนไซแล้ว

     อายุของบอนไซ ขึ้นอยู่กับการดูแลและชนิดของพันธุ์ไม้ที่นำมาทำเป็นบอนไซ อาทิเช่น ไทร, สน, ตะโก, ชาฮกเกี้ยน, เอม และไม้ยืนต้นอีกหลายชนิด สามารถอยู่ได้เป็นร้อย ๆ ปี การคัดเลือกบอนไซขึ้นอยู่ที่ความชอบส่วนบุคคล หากชอบที่จะชื่นชมความงามที่จบสมบูรณ์แล้ว ก็สามารถเลือกซื้อได้ตามความต้องการและงบประมาณ แต่หากชอบที่จะสร้างผลงานจากมือของตนเอง อาจจะเริ่มจากตอไม้ที่มีโคน หรือลำต้น รากสวย แล้วนำมาดัด ตัดแต่ง ตามรูปทรงที่เราต้องการ หรือตามรูปทรงที่เราจินตนาการ ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ปีขึ้นไป

 

 

การทำนาแบบโยนกล้า

                   ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตข้าวเพื่อส่งออกได้เป็นอันดับ 6 ของโลกรองจากจีน อินเดีย อินโดนีเซีย บังคลาเทศและเวียดนาม เนื่องจากในหลายๆ พื้นที่ในเขตภาคกลางมีประชากรที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม  โดยเฉพาะการปลูกข้าวกันมาก  และมักจะประสบปัญหาเรื่องการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์และมีวัชพืชระบาดอย่างรุนแรงในหลายๆ พื้นที่  ซึ่งวิธีการปลูกข้าวแบบโยนกล้า เป็นการทำนาแบบใหม่ที่สามารถนำมาใช้แทนการปักดำด้วยเครื่องได้ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าแต่ได้ผลผลิตไม่แตกต่างจากการปักดำด้วยเครื่องหรือการหว่านน้ำตม แต่สามารถควบคุมวัชพืช โดยเฉพาะข้าววัชพืชที่กำลังระบาดอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ในภาคกลาง

ผู้จัดทำ

สมาชิกกลุ่ม

๑.นายสาธิต               อนันตศิริ            เลขที่ 27

 ๒.นายถิร                    อัมระนันท์          เลขที่ 5

 ๓.นางสาวโชคบังอร    กว้านสกุล          เลขที่ 3

คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร

สาขาพืชศาสตร์